Categories:

มิคาเอล เอสเซียง กองกลางพันธุ์ดุ อดีตแข้งสุดแกร่งของ เชลซี เจ้าของฉายา ไบซัน

LONDON, ENGLAND – DECEMBER 08: Michael Essien of Chelsea celebrates as he scores their first goal during the UEFA Champions League Group D match between Chelsea and Apoel Nicosia at Stamford Bridge on December 8, 2009 in London, England. (Photo by Jamie McDonald/Getty Images)

มิคาเอล โกโจ เอสเซียง (Michael Kojo Essien) หรือ มิคาเอล เอสเซียง นักเตะชาวกานา ผู้ที่ยังคงค้าแข้งอยู่ในวงการลูกหนังในตำแหน่งกองกลาง ด้วยอายุ 39 ปี กับ สโมสรฟุตบอลซาบาอิล เอฟเค ใน อาร์เซอไบจัน พรีเมียร์ลีก ซึ่งเป็นลีกสูงสุดของ ประเทศอาร์เซอไบจัน เอสเซียง เป็นคนขี้อาย พูดน้อย แต่เมื่อเขาอยู่ในสนามบอล เขาเป็นนักฟุตบอลที่มีความดุดัน แข็งแรง และวิ่งในสนามตลอดเวลา 90 นาทีเต็ม ได้อย่างไม่รู้จักคำว่าเหน็ดเหนื่อย แฟนบอลจึงตั้งฉายาให้กับเขาว่า ไบซัน ซึ่งเป็นชื่อของ ควายป่า ชนิดหนึ่งที่มีความแข็งแรง บึกบึนมาก

เอสเซียง เขาเกิดเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม ในปี 1982 เขาเกิดและเติบโตที่เมืองอักกรา เมืองหลวงของประเทศกานา เขามีพี่สาวที่เกิดจากพ่อแม่เดียวกันอีก 4 คน ซึ่งพ่อกับแม่ของเขาแยกทางกัน ในตอนที่เขาอายุได้เพียง 2 ขวบ แม้จะแยกทางกัน พ่อของเขาที่มีอาชีพเป็นเสมียน ก็แบ่งเวลามาดูแลเขาเป็นระยะ และเป็นคนพาเขาไปทดสอบฝีเท้าในทีมเยาวชนท้องถิ่น เนื่องจากพ่อของเขาก็เคยเป็นนักฟุตบอลในทีมท้องถิ่นอย่าง สโมสรโกลด์ โคสต์ จนพ่อของเขาได้ประสบอุบัติเหตุจนเดินไม่ได้เหมือนเดิม เขาและพ่อจึงไม่ค่อยได้เจอกันเหมือนเมื่อก่อน และกลายเป็นแม่ที่สวมบท แม่เลี้ยงเดี่ยว ดูแลเขาและพี่สาวมาตั้งแต่นั้น

มิคาเอล เอสเซียง กับ การเริ่มต้นเส้นทางลูกหนังในทีมเยาวชน

มิคาเอล เอสเซียง เข้าเรียนที่โรงเรียนเซนต์ ออกัสติน ในเมือง เคปโคสต์ ประเทศกานา เมื่อเขาเรียนจบจึงได้เริ่มเข้าสู่วงการลูกหนังอย่างเต็มตัว ด้วยการเข้าไปเป็นเด็กฝึกที่ทีมเยาวชนของ สโมสฟุตบอลลิเบอร์ตี้ โปรเฟสชั่นแนล ในปี 1998 ในขณะที่เขาอายุได้ 16 ปี จนได้รับโอกาสจากทีมชาติกานา ให้ติดทีมเยาวชน รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี (U-17) เพื่อทำการแข่งขัน ฟุตบอลโลกเยาวชนอายุไม่เกิน 17 ปี 1999 (FIFA U-17 World Championship 1999) ที่ประเทศนิวซีแลนด์

Michael Essien, Ghana (Photo by Adam Davy – PA Images via Getty Images)

โดยฟอร์มของเขาได้โดดเด่นอย่างมาก จนถูกใจแมวมองในทีมจากประเทศยุโรปหลายทีม จนทำให้ในเดือนเมษายน ปี 2000 สโมสรชื่อดังจากเกาะอังกฤษอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เรียกตัวเขาไปติดทีมเยาวชน รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี (U-17) และเขาได้ลงทำการแข้งขันในนัดที่พบกับ สโมสรดาร์บี้ เคาน์ตี้ และเขาก็โชว์ศักยภาพได้อย่างน่าประทับใจ จน ทัพปีศาจแดง ได้เจรจาให้เขาได้เซ็นสัญญากับทีม ซึ่ง เอสเซียง เองก็ได้ตอบตกลง และเขาก็ดีใจอย่างมาก เพราะ นักฟุตบอลที่เป็นไอดอลของเขา ก็คือ รอย คีน
แต่แล้วการเซ็นสัญญาก็ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจาก เอสเซียง ติดปัญหาในเรื่องของการขอใบอนุญาตการทำงาน สโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จึงส่งตัว เอสเซียง ไปเข้าฝึกกับ สโมสรรอยัล อันท์เวิร์ป ทีมดังในประเทศเบลเยียม เป็นระยะเวลา 3 ปี เพื่อให้เขาได้รับสัญชาติ EU และย้ายเข้ามาเล่นในประเทศอังกฤษได้

มิคาเอล เอสเซียง กับเส้นทางลูกหนังในสโมสรอาชีพ กับลีกในฝรั่งเศส

สโมสรเอสซี บาสเตีย (S.C. Bastia)

ในปี 2000 ในขณะที่เขาอายุ 18 ปี สโมสรเอสซี บาสเตีย ซึ่งในขณะนั้นเป็นสโมสรในระดับลีกเอิง ของฝรั่งเศส ก็ได้เข้ามาเจรจา ยื่นข้อเสนอให้กับ เอสเซียง ซึ่งเขาเองมองว่าการได้ไปเล่นในระดับลีกเอิง ดีกว่าการเป็นนักฟุตบอลในทีมเยาวชนในเบลเยียมถึง 3 ปี เขาจึงตอบตกลงเซ็นสัญญากับ สโมสรเอสซี บาสเตีย และเขาก็ได้แสดงฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม และพาทีมไปได้ไกลในศึก เฟรนช์ คัพ 2002 (French Cup 2002) จนถึงรอบชิงชนะเลิศ กับ สโมสรเอฟซี ลอริยองต์ แต่ก็คว้ามาได้แค่อันดับรองชนะเลิศ เพราะพ่ายแพ้ให้กับคู่แข่งไป 0-1

Mickael ESSIEN – 11.05.2002 – Bastia / Lorient – Finale de Coupe de France 2002, Photo : Alain Gadoffre / Icon Sport

สโมสรโอลิมปิกลียง (Olympique Lyonnais)

จนกระทั่งในปี 2003 เอสเซียง ได้ย้ายไปยัง สโมสรโอลิมปิกลียง ด้วยค่าตัวกว่า 7.8 ล้านยูโร หรือประมาณ 280 ล้านบาท และเขาได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งที่พาสโมสร คว้าแชมป์ลีกสูงสุดของฝรั่งเศสอย่าง ลีกเอิง ติดต่อกัน 2 สมัยซ้อน (ฤดูกาล 2003-04 และ ฤดูกาล 2004-05) จนได้รับการขนานนามว่าเป็น หนึ่งในกองกลางที่ดีที่สุดในยุโรป และเป็น นักเตะระดับแนวหน้าของ ฝรั่งเศส เลยทีเดียว จนเขาได้รับการโหวตให้ได้รับรางวัล นักฟุตบอลยอดเยี่ยมของลีกเอิง ประจำฤดูกาล 2004-05 อีกด้วย ซึ่ง เอสเซียง ค้าแข้งอยู่ที่ ลียง เป็นระยะเวลาเพียงแค่ 2 ฤดูกาลเท่านั้น

LYON, FRANCE: Lyon’s midfielder Michael Essien of Ghana holds the trophy at the end of the French L1 football match Lyon vs Nice, 28 May 2005 at the Gerland’ stadium in Lyon. The match ended with a goalless draw. Lyon’s get the French league title for the fourth year consecutively. AFP PHOTO MARTIN BUREAU (Photo credit should read MARTIN BUREAU/AFP via Getty Images)

มิคาเอล เอสเซียง กับการแจ้งเกิดที่ สโมสรเชลซี

ในปี 2005 ในขณะที่ เอสเซียง อายุได้ 23 ปี เขาได้เบนเข็มเส้นทางการค้าแข้ง ข้ามประเทศมายังเกาะอังกฤษ โดยเซ็นสัญญาเข้าเป็นนักเตะของ สโมสรเชลซี ด้วยค่าตัวกว่า 38 ล้านยูโร หรือประมาณ 1,370 ล้านบาท ซึ่งเป็นดีลของนักเตะโซนแอฟริกา ที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ ณ ขณะนั้น

Cobham, UNITED KINGDOM: Ghana’s International Michael Essien and Chelsea Manager Jose Mourinho (R) pose after a press conference held by Chelsea football club at Cobham, Surrey to announce Essien’s signing to the team. 19 August 2005. Chelsea finally got their man on Friday signing highly-rated Ghana midfielder Michael Essien from French champions Lyon. The English champions had been chasing the 22-year-old Essien throughout the summer, but Lyon at first refused to allow him to leave. AFP PHOTO/ CARL DE SOUZA (Photo credit should read CARL DE SOUZA/AFP via Getty Images)

ซึ่งในฤดูกาลแรก 2005-06 ที่ แสตมฟอร์ด บริดจ์ เขาก็สามารถโชว์ฟอร์มเป็น มิดฟิลด์ตัวรับ ออกมาได้อย่างน่าทึ่ง โดยเขาลงเล่นให้กับ สโมสรเชลซี เป็นครั้งแรกในฐานะนักเตะตัวจริง ในเดือนสิงหาคม 2005 ในนัดที่พบกับ สโมสรอาร์เซนอล โดยในฤดูกาลแรก เขาได้ลงสนามไปทั้งหมด 31 นัด และทำประตูไปได้ 2 ประตู

โดยในฤดูกาลอื่นๆถัดมา เขาได้เป็นส่วนหนึ่งในการพาทีมประสบความสำเร็จได้อย่างมากมาย และเขายังได้ยิงประตูอันสุดทึ่งให้กับทีมจนตีเสมอคู่แข่ง ในนัดที่เจอกับ อาร์เซนอล ในเดือนธันวาคม ฤดูกาล 2006-07 และในฤดูกาล 2008-09 นัดที่เจอกับ บาร์เซโลน่า ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งทำให้ในนัดนั้น เชลซี ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศได้อีกด้วย ซึ่งการยิงประตูอย่างสุดสวยของเขาทั้ง 2 ลูก จาก 2 ฤดูกาล ทำให้ได้รับการโหวตให้เป็นประตูยอดเยี่ยมแห่งปีของ เชลซี ทั้ง 2 ฤดูกาลเลยทีเดียว

LONDON – MAY 06: Michael Essien of Chelsea celebrates as he scores their first goal during the Barclays Premiership match between Arsenal and Chelsea at the Emirates Stadium on May 6, 2007 in London, England. (Photo by Mike Hewitt/Getty Images)

โดยในฤดูกาล 2012-13 เขาได้ถูกสโมสร เรอัล มาดริด ทีมดังจากสเปน ยืมตัวไปค้าแข้งใน ลาลิกา ลีก เป็นเวลา 1 ฤดูกาล ซึ่งเขาได้ลงสนามไปทั้งหมด 20 นัด และทำประตูไปได้ 2 ประตู

MADRID, SPAIN – JANUARY 30: Lionel Messi (R) of Barcelona vies with Michael Essien of Real Madrid during the Copa del Rey Semi-Final first leg match between Real Madrid CF and FC Barcelona at Estadio Santiago Bernabeu on January 30, 2013 in Madrid, Spain. (Photo by Elisa Estrada/Real Madrid via Getty Images)

เอสเซียง ค้าแข้งให้กับ สโมสรเชลซี เป็นระยะเวลานานถึง 9 ปี (2005-2014) เขาเป็นกองกลางพันธุ์ดุที่สามารถสร้างผลงานให้กับทีมได้อย่างมากมาย เรียกได้ว่าเป็นที่แจ้งเกิด และทำให้เขาเป็นที่รู้จักของแฟนบอลอย่างกว้างขวาง ซึ่งเขาลงสนามให้กับทีมทั้งหมด 256 นัด และทำประตูไปได้ทั้งหมด 25 ประตู โดยพาทีมคว้าแชมป์ได้หลายรายการ ดังนี้

• แชมป์พรีเมียร์ 2 สมัย (ฤดูกาล 2005-06 และ ฤดูกาล 2009-10)
• แชมป์เอฟเอ คัพ 3 สมัย (ฤดูกาล 2006-07 , ฤดูกาล 2008-09 , ฤดูกาล 2011-12 )
• แชมป์ลีก คัพ ฤดูกาล 2006-07
• แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาล 2011-12

นอกจากนี้ เขายังได้รับ รางวัลนักเตะแอฟริกันแห่งปี ประจำปี 2006 ของสำนักข่าวดัง BBC และรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของ สโมสรเชลซี ในปี 2007 อีกด้วย

Chelsea’s Michael Essien and Claude Makelele celebrate with the Premiership Trophy (Photo by Tony Marshall – PA Images via Getty Images)

มิคาเอล เอสเซียง กับการค้าแข้งในสโมสรอื่นๆ หลังออกจาก เชลซี

สโมสรเอซี มิลาน (A.C. Milan)

ในปี 2014 เอสเซียง ได้ทำการย้ายไปค้าแข้งให้กับ สโมสรเอซี มิลาน สโมสรดังในลีกเซเรียอา ลีกสูงสุดของอิตาลี โดยทำการค้าแข้งได้เพียง 1 ฤดูกาล (2014-15) เท่านั้น โดยเขาทำการลงเล่นให้กับ มิลาน ทั้งหมด 20 นัด แต่ไม่มีประตูเกิดขึ้นที่นี่

TURIN, ITALY – FEBRUARY 07: Michael Essien of AC Milan looks on during the Serie A match between Juventus FC and AC Milan at Juventus Arena on February 7, 2015 in Turin, Italy. (Photo by Marco Luzzani/Getty Images)

สโมสรพานาธิไนกอส (Panathinaikos)

ในปี 2015 เขาได้ย้ายไปค้าแข้งกับสโมสรใหม่อย่าง สโมสรพานาธิไนกอส สโมสรใน ซุปเปอร์ลีก ของประเทศกรีซ และทำการค้าแข้งที่นี่เพียง 1 ฤดูกาล (2015-16) เช่นกัน โดยเขาทำการลงเล่นให้กับ พานาธิไนกอส ทั้งหมด 13 นัด และทำประตูไปได้ 1 ประตู

สโมสรเปอร์ซิบ บันดุง (Persib Bandung)

ในปี 2017 เขาได้ย้ายไปค้าแข้งกับสโมสรเปอร์ซิบ บันดุง สโมสรใน ลีกา 1 ลีกสูงสุดของ ประเทศอินโดนีเซีย โดยเขาค้าแข้งได้เพียง 1 ฤดูกาล (2017-18) ทำการลงเล่นให้กับ เปอร์ซิบ บันดุง ทั้งหมด 29 นัด และทำประตูไปได้ 5 ประตู

BANDUNG, INDONESIA – MARCH 30: Former player of Chelsea FC Michael Essien followed his first workout on Persib Bandung FC on March 30, 2017 in Bandung, Indonesia. PHOTOGRAPH BY Sijori Images / (Photo credit should read Sijori Images/Future Publishing via Getty Images)

สโมสรซาบาอิล เอฟเค (Sabail FK)

ในปี 2019 ในขณะที่ เอสเซียง มีอายุได้ 37 ปี เขายังคงเดินหน้าค้าแข้งใน เส้นทางนักฟุตบอลอาชีพต่อไป โดยเขาได้ทำการเซ็นสัญญากับสโมสรซาบาอิล เอฟเค ในอาเซอร์ไบจัน พรีเมียร์ลีก โดยเป็นลีกสูงสุดในประเทศอาเซอร์ไบจัน และได้รับหน้าที่เป็น 1 ในทีมสตาฟโค้ชของ ทีมเยาวชน รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ของสโมสรแห่งนี้อีกด้วย