Categories:

กลุ่มทุนใดเข้ารอบ กลุ่มทุนใดต้องกลับบ้าน เผยชื่อกลุ่มทุนที่มีโอกาสได้เข้าไปคัดเลือกเพื่อชิงตำแหน่ง เจ้าของคนใหม่ ของ สโมสรเชลซี

LONDON, ENGLAND – NOVEMBER 23: The corner flag ahead of the UEFA Champions League group H match between Chelsea FC and Juventus at Stamford Bridge on November 23, 2021 in London, England. (Photo by Chloe Knott – Danehouse/Getty Images)

ใกล้จะได้รู้ผลกันแล้ว สำหรับผู้ที่จะได้รับคัดเลือกให้เข้ามาครอบครองเป็นเจ้าของ สโมสรเชลซี คนใหม่ หลังมีกลุ่มทุนของมหาเศรษฐีจากทั่วโลก เข้ายื่นข้อเสนอกว่า 100 กลุ่มทุน โดยทาง โรมัน อบราโมวิช เจ้าของคนปัจจุบัน จำใจยอมขาย สโมสรเชลซี ที่เขารักและหวงแหนออกไป หลังโดนรัฐบาลอังกฤษ และทั่วโลกคว่ำบาตร เนื่องจากเขาเป็นที่สนิทชิดเชื้อกับ ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน แห่ง รัสเซีย ผู้อยู่เบื้องการเข้าโจมตี ทำสงครามกับ ยูเครน จนมีผู้บาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก โดย อบราโมวิช ได้มอบหมายให้ Raine Group ธนาคารจากสหรัฐอเมริกา เป็นตัวกลางผู้ดูแลและพิจารณาในการซื้อขายสโมสรในครั้งนี้

โดยกลุ่มทุนที่เป็นตัวเต็งมาแรงที่จะได้รับคัดเลือก ล้วนต่างเป็นกลุ่มทุนของมหาเศรษฐีโปรไฟล์สูง ที่ติดอันดับในเรื่องของความร่ำรวย และมีทรัพย์สินจำนวนมาก ซึ่งมีหลายกลุ่มด้วยกัน อาทิ กลุ่มทุนของ 3 มหาเศรษฐี ทอดด์ โบห์ลี , ฮันส์ยอร์ก ไวส์ และ โจนาธาน โกลด์สตีน , กลุ่มทุนของ ซาอุดี มีเดีย กรุ๊ป มหาเศรษฐีจากตะวันออกกลาง , กลุ่มทุนของ ครอบครัวริกเก็ตส์ มหาเศรษฐีเจ้าของทีมเบสบอล ชิคาโก คับส์ , กลุ่มทุนของ นิก แคนดี้ มหาเศรษฐีชาวอังกฤษ , กลุ่มทุนของ เซอร์มาร์ติน บรอจตัน และ ลอร์ด เซบาสเตียน โค มหาเศรษฐีผู้คร่ำหวอดในวงการกีฬา , กลุ่มทุนของ จอช แฮร์ริส มหาเศรษฐีชาวอเมริกา เป็นต้น

ซึ่งล่าสุด Raine Group ได้มีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยได้ทำการตัดกลุ่มทุนต่างๆที่ยื่นข้อเสนอเข้ามาอย่างมากมายออก จนเหลือเพียง 4 กลุ่มทุนด้วยกัน และจะทำการเลือกผู้ชนะอีกครั้งต่อไป ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการอนุมัติจาก รัฐบาลอังกฤษ หาก Raine Group ได้ตัวเลือกที่พึงพอใจแล้วด้วย และน่าจะได้ประกาศผลอย่างเป็นทางการว่า กลุ่มทุนใด จะได้รับคัดเลือกในช่วงสัปดาห์ที่สองของเดือนเมษายนต่อไป

โดย The Athlatic สื่อยักษ์ใหญ่ของอังกฤษได้รายงานว่า กลุ่มทุน 4 ราย ที่ได้รับการคัดเลือกไปต่อ ได้แก่ กลุ่มทุนของ 3 มหาเศรษฐี ทอดด์ โบห์ลี, ฮันส์ยอร์ก ไวส์ และ โจนาธาน โกลด์สตีน , กลุ่มทุนของ เซอร์มาร์ติน บรอจตัน และ ลอร์ด เซบาสเตียน โค , กลุ่มทุนของ ครอบครัวริกเก็ตส์ และ กลุ่มทุนที่เป็นม้ามืดที่ไม่เคยอยู่ในโผของสื่อใดเลย นั่นก็คือ กลุ่มทุนของ สตีเฟน ปายูก้า มหาเศรษฐีเจ้าของทีมบาสเกตบอล บอสตัน เซลติกส์ ใน NBA สหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ ปายูก้า ยังถือครองหุ้นกว่า 55 % ในสโมสรฟุตบอลอตาลันต้า แห่งศึกกัลโซ่ ซีเรีย อา ลีกอิตาลี อีกด้วย


แต่อย่างไรก็ตาม มีหนึ่งกลุ่มทุนที่ผ่านการคัดเลือกในครั้งนี้ แต่กำลังมีประเด็นดราม่าร้อนแรง กับกลุ่มแฟนบอล สิงโตน้ำเงินคราม นั่นก็คือ กลุ่มทุน ครอบครัวริกเก็ตส์ ซึ่งมี ทอม ริกเก็ตส์ เป็นประธานบริษัท ผุ้ซึ่งเป็นมหาเศรษฐีเจ้าของทีมเบสบอล ชิคาโก คับส์ โดยประเด็นดราม่าเกิดเนื่องมาจาก โจ ริกเก็ตส์ บิดาของ ทอม ริกเก็ตส์ ได้แสดงความคิดเห็นเชิงลบกับ ชาวมุสลิม และ เหยียดกลุ่มคนผิวสี โดยเขากล่าวว่า “ ชาวมุสลิมเป็นเหมือนศัตรูของผม ” ทำให้แฟนบอล สิงห์บลู ต่างพากันไม่พอใจอย่างมาก และเกิดกระแสการต่อต้าน ครอบครัวริกเก็ตส์ เกิดขึ้น และกลุ่มแฟนบอลยังได้ระบุลงในโซเชียลมีเดียว่า “ กลุ่มแฟนบอลของเชลซีขอประกาศว่า หาก ครอบครัวริกเก็ตส์ ได้เป็นผู้เข้ามาเทคโอเวอร์ เชลซีจะไม่มีวันสงบสุขอีกต่อไป ”

และในส่วนของกลุ่มทุนที่ไม่ได้รับการคัดเลือกจาก Raine Group สื่อดังอย่าง The Athletic รายงานว่าได้แก่ กลุ่มทุนของ ซาอุดี มีเดีย กรุ๊ป ของ โมฮาเหม็ด อัลเคเรจี มหาเศรษฐีจากประเทศซาอุดีอาระเบีย ผู้ซึ่งเป็นแฟนตัวยงของ ทัพสิงห์บลู และเป็นตัวเต็งที่มาแรงอย่างมากในตอนแรก โดย Goal สื่อแห่งวงการฟุตบอลได้รายงานว่า โมฮาเหม็ด อัลเคเรจี มีความเสียใจอย่างมาก ที่ได้พลาดโอกาสในครั้งนี้ เพราะเขาได้ตั้งความหวังเอาไว้สูงมาก โดย Goal ได้วิเคราะห์ว่า อาจจะสืบเนื่องมาจาก อบราโมวิช ได้ตั้งราคาขายไว้ที่ 3,000 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 135,000 ล้านบาท แต่ทาง ซาอุดี มีเดีย กรุ๊ป ได้ยื่นข้อเสนอเข้ามาเพียง 2,700 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 121,500 ล้านบาท จึงทำให้เขาพลาดโอกาสนี้ไป และอีกกลุ่มทุนมาแรงแต่ไม่ผ่านการคัดเลือกในครั้งนี้อีก 1 ราย ได้แก่ นิก แคนดี้ มหาเศรษฐีชาวอังกฤษ แฟนตัวยงของ ทัพสิงโตน้ำเงินคราม อีกรายที่พลาดโอกาสในครั้งนี้ โดยเหตุผลเช่นเดียวกันกับ ซาอุดี มีเดีย กรุ๊ป คือ ยื่นข้อเสนอเป็นจำนวนเงินที่น้อยกว่าราคาขายที่ อบราโมวิช ตั้งไว้

ซึ่งกระบวนการต่อจากนี้ ทาง Raine Group จะมีการพิจารณาในครั้งสุดท้าย ก่อนจะประกาศผลว่ากลุ่มทุนใดจะได้รับเลือกให้เป็นเจ้าของคนใหม่ของ สโมสรเชลซี ซึ่งเงินรายได้ที่ได้จากการขาย เชลซี ในครั้งนี้ รัฐบาลอังกฤษ ระบุว่า อบราโมวิช จะไม่มีส่วนได้รับรายได้ในครั้งนี้อย่างแน่นอน